ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประชุมหาฉันทามติตัวชี้วัดแผนพัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่ของ อบจ.อุดรธานี

ประชุมหาฉันทามติตัวชี้วัดแผนพัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่ของ อบจ.อุดรธานี


วันที่ 5 มิ.ย.2569 เวลา 08.30 น. นายศราวุธ เพชรพนมพร นายก อบจ.อุดรธานี มอบหมายให้ นางกมลพร  บุญปก ผอ.กองสาธารณสุข อบจ.อุดรธานี พร้อมหัวหน้าฝ่าย ข้าราชการและบุคลากรเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข อบจ.อุดรธานี ดำเนินการจัดการประชุมหาฉันทามติตัวชี้วัดแผนพัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่ของ อบจ.อุดรธานี ณ ห้องประชุม อบจ.อุดรธานี ชั้น 4 โดยมี ดร.พรรณิภา ไชยรัตน์ อาจารย์สาขาการพยาบาลชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ มรภ.อุดรธานี เป็นประธานการประชุม รศ. ดร. ณัฏฐนันธ์ สุวรรณวงก์ รอง ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา มรภ.อุดรธานี (วิทยากร) ผู้แทนผอ.รพ.สต.และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

ระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ ดังนี้ ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งเพื่อทราบ ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุม - ไม่มีการรับรอง เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรก ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณาการจัดทำแผนพัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่ ของ อบจ.อุตรธานี 1.ชี้แจงกระบวนการหาฉันทามติและเกณฑ์การพิจารณา 2. สถานการณ์ปัญหาสุขภาพ และการบริหารจัดการบริการปฐมภูมิ และนำเสนอภาพรวมและแผนยุทธศาสตร์ 2.1 การเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายการสาธารณสุขมูลฐานและระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ (12 ตัวชี้วัด) 2.2 การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การส่งต่อ และการควบคุมโรคติดต่อ(10 ตัวชี้วัด) 2.3 การพัฒนาระบบดูแลระยะยาวและการฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชน (11 ตัวชี้วัด) 2.4 การควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการส่งเสริมสุขภาพประชากรทุกกลุ่มวัย (13 ตัวชี้วัด) 2.5 การส่งเสริมและพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในระบบปฐมภูมิ (10 ตัวชี้วัด) 2.6 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสารสนเทศ และสมรรถนะบุคลากร รพ.สต.(12 ตัวชี้วัด) วิทยากรจาก มรภ.อุดรธานี รศ.คร. ณัฏฐนันธ์ สุวรรณวงก์ รอง ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา และ ดร.พรรณิภา ไชยรัตน์ อาจารย์สาขาการพยาบาลชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ 3. หาฉันทามติตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ ระเบียบวาระที่ 4  เ เรื่องเพื่อพิจารณาอื่น ๆ (ถ้ามี)

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การกระจายอำนาจด้านสุขภาพสู่ อปท.เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยที่มุ่งให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่ใกล้ชิด ทั่วถึง และตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง การถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นไปตามแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้เก่ อปท. ฉบับที่ 2 (ราชกิจจานุเบกษา, 2564) และประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. (ก.ก.ถ.) ลงวันที่ 5 ต.ค. พ.ศ. 2564 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. พ.ศ. 2542 ถ่ายโอน รพ.สต. ดำเนินการเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2566 มี รพ.สต. ถ่ายโอนในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 3,263 แห่ง พร้อมมบุคลากรที่แจ้งความประสงค์ขอถ่ายโอนกว่า 21,779 คน และในปี พ.ศ. 2567 มีการถ่ายโอนเพิ่มเติมอีก 934 แห่ง รวมเป็น 4,197 แห่ง มีบุคลากรรวมทั้งสิ้น 29,204 คน ทั่วประเทศ การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบสุขภาพปฐมภูมิไทยในระดับปฐมภูมิ 

บริบทเฉพาะของ จ.อุดรธานี อบจ.อุดรธานีได้รับการถ่ายโอน รพ. และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 130 แห่ง จากจำนวน รพ.สต. ทั้งหมด 211 แห่ง ครอบคลุม 19 อำเภอ ส่งผลให้ อบจ.อุดรธานี มีภารกิจรับผิดชอบด้านบริการสุขภาพปฐมภูมิขยายขอบเขตอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมประชากรในพื้นที่กว่า 1.5 ล้านคน จ.อุดรธานีเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพที่สำคัญและหลายมิติพร้อมกัน ดังที่ผลการวิเคราะห์
ข้อมูลสถิติสุขภาพย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2566-2568) ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจน ได้แก่ ภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDS)ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราป่วยรายใหมโรคความดันโลหิตสูงอยู่ที่ 1,255.99 ต่อแสนประชากร อัตราความชุกโรคเบาหวานร้อยละ 9.16 และอัตราความซุกโรคหลอดเลือดสมองร้อยละ 1.53 ในปี พ.ศ. 2568 สถานการณ์โรคระบาดที่พบการระบาดถึงร้อยละ 89.22 ของ รพ.สต. การเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 303,860 คน คิดเป็นร้อยละ 19.81 ของประชากรทั้งหมด และ Aging Index สูงถึง 141.8 บ่งชี้ว่าผู้สูงอายุมีจำนวนมากกว่าเด็กถึง 1.42 เท่า รวมถึงปัญหาคุณภาพบริการสุขภาพแม่และเด็กที่ร้อยละ หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลก่อนคลอด 5 ครั้ง ลดลงต่อเนื่องเหลือเพียงร้อยละ 73.57 ในปี พ.ศ. 2568 ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 80 ในด้านโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพของ รพ.สต. ผลการสำรวจ 102 แห่งพบว่าร้อยละ 74.51 มีครูภัณฑ์การแพทย์ไม่เพียงพอ ร้อยละ 72.55 มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไม่เสถียรหรือใช้งานได้เพียงบางส่วนและร้อยละ 83.33 ประสบปัญหาภาระงานล้นจนไม่สามารถบันทึกข้อมูลได้ทัน นอกจากนี้ยังพบความไม่สมดุลอย่างรุนแรงของอัตราส่วน อสม. ต่อครัวเรือนในเขตเมือง โดย รพ.สต. บางแห่งมีอัตราส่วนสูงถึง 71.88 ครัวเรือนต่อ อสม. 1 คน

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ อบจ.อุดรธานี ฉบับนี้ จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อกำหนดทิศทาง เป้าหมาย และกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิของ อบจ อุตรธานี ให้สอดคล้องกับบริบทสุขภาพของจังหวัดและภารกิจที่ถ่ายโอนมา 2.เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการจัดสรรทรัพยากร งบประมาณ กำลังคน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ให้ตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนและความสามารถของ รพ.สต. อย่างมีประสิทธิภาพ 3. เพื่อสร้างกลไกการบริหารจัดการและระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงระหว่าง อบจ. รพ.สต. และภาคีเครือข่ายสุขภาพทุกภาคส่วนใน จ.อุดรธานี 4. เพื่อเป็นเครื่องมือในการติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงการดำเนินงานด้านสุขภาพปฐมกูมิอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง


อบจ.ทันสมัย ใส่ใจทุกมิติ พัฒนาอย่างยั่งยืน
//////////////////////////////////////////////////////////////////////

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นับคะแนนไม่เป็นทางการ เขต 8 ชลบุรี โต้ง-เชาวลิตร ภท. เข้าวิน ส่วนเขต 9 พรรคส้มได้เหมือนเดิม

นับคะแนนไม่เป็นทางการ เขต 8 ชลบุรี โต้ง-เชาวลิตร ภท. เข้าวิน ส่วนเขต 9 พรรคส้มได้เหมือนเดิม  ค่ำวันที่ 8 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยาการการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 ซึ่งพบว่าในครั้งนี้ประชาชนทั่วประเทศต่างทยอยออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนอย่างคึกคักเป็นอย่างม่ก เนื่องด้วยการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการกำหนดลงประชามติด้วยนั้น ข่าวรายงานว่า ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 8 และ 9 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองดังส่งตัวแทนชิงชัยการเลือกตั้งกันแทบทุกพรรคการเมือง เพื่อขอคะแนนเสียงเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร  ทั้งนี้ ผลการรับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า เขตเลือกตั้งที่ 8 อันดับ 1 ได้แก่ นายเชาวลิตร แสงอุทัย จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเสียงรวม 37, 041 เสียง, อันดับ 2 น.ส.มนัสวิน จันทร์เจริญ พรรคประชาชน ได้ 32,489 เสียง และที่ 3 นายชาญยุทธ เฮงตระกูล พรรคเพื่อไทย ได้ 4,245 เสียง  ในส่วนของเขตเลือกตั้งที่ 9 อันดับ 1 ได้แก่ นายยอดชาย พึ่งพร พรรคประชาชน ...

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังสะพุง เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อติดตามความก้าวหน้าเเละเสริมพลังการขับเคลื่อนสุขภาพจิตชุมชนท้องถิ่น(เสมาโมเดล)

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 เวลา13.00 น. นายประเวช บุญหนัก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังสะพุง เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อติดตามความก้าวหน้า เเละเสริมพลังการขับเคลื่อนสุขภาพจิตชุมชนท้องถิ่น(เสมาโมเดล) กล่าวรายงาน/นำเสนอโดยนายพรเทพ รัตนเรืองศรี หัวหน้าโครงการฯ นายยุทธ บุญเกษ ผู้ประสานงานโครงการ โดยมีนายปองพล ชุษณะโชติ กองส่งเสริมพัฒนาสุขภาพจิต  กรมสุขภาพจิตที่ 8 พร้อมทีมติดตามประเมินรับฟังการนำเสนอพร้อมชักถาม ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นักส่งเสริมสุขภาพจิต(นสช.)คุณหมอเกศรา โกมาสถิตผู้แทนโรงพยาบาลวังสะพุง ผอ.กองสาธารณสุขเทศบาลเมืองวังสะพุง ผอ.ศักดา พุทชาคำ ที่ปรึกษา ประธานชุมชน/ อสม.นายกฤษณะเดช โสสุทธิเลขาฯโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเมืองวังสะพุงหลังประชุมเสร็จได้ลงพื้นที่เยี่ยมคุณตาเหลา บุภาที (อายุ94ปี) หมู่14บ้านหนองบัวทอง ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองวังสะพุง ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

Tree Time จัดปาร์ตี้ฉลองวันเกิดเจ้าของ-ครบรอบ 5 ปีธุรกิจ

Tree Time จัดปาร์ตี้ฉลองวันเกิดเจ้าของ-ครบรอบ 5 ปีธุรกิจ  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางลิซ่า แฮมินตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้เดินทางไปมอบของขวัญและร่วมแสดงความยินดีกับ น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Tree Time Cafe ในการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์วันเกิดคล้ายวันเกิดและครบรอบ 5 ปีของร้าน Tree Time  โดยทางร้าน Tree Time Cafe ได้จัดงานเลี้ยงในธีมคาวบอยเพื่อสร้างสีสัน มีการให้บริการจัดเลี้ยงอาหารต่างๆ มากมาย พร้อมดนตรีจากดีเจมาขับกล่อมสร้างบรรยากาศครื้นเครง ภายในงานเลี้ยงมีกลุ่มพี่น้องธุรกิจ มิตรสหายและลูกค้าเข้าร่วมงานด้วยความสนุกสนาน น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Tree Time Cafe เผยว่า ด้วยเป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 45 ปีบริบูรณ์ และครบรอบ 5 ปีที่ทางร้านได้เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา จึงจัดงานเลี้ยงสังสรรค์พบปะเพื่อนฝูงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแบบสนุกสนานตามสไตล์ Tree Time ซึ่งต้องขอขอบคุณแขกทุกท่านที่มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย